หอมแก้ม-จับมือ เด็กน้อย อาจทำให้เด็กๆป่วย

เมื่อเราพบเจอเด็กเล็กเด็กน้อย โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีน่าตาน่ารักหรือหล่อสวย คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่เอ็นดูเด็ก ๆ แล้วอดที่จะเล่นด้วยไม่ได้ แต่การที่เราจะสัมผัสกับเด็กเล็กโดยตรงแบบไม่ได้ระวังเรื่องความสะอาดเลย อาจจะทำให้เด็กๆ ติดเชื้อโรคจนป่วยได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าหากเป็นลูกหลานของเราก็คงยังที่จะสามารถเข้าไปดูแลเพื่อชดเชยความผิดนี้ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ลูกหลานเราล่ะ ทำผิดไม่พอ บางครั้งอาจจะโดนพ่อหรือแม่ของเด็กต่อว่าได้ ทั้งนี้ด้วยความที่ร่างกายของผู้ใหญ่กับเด็กนั้นไม่ได้แตกต่างกันแค่ขนาดรูปร่าง แต่แตกต่างกันที่ภูมิคุ้มกันด้วย เพราะเด็กๆ นั้นยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรงมากพอเท่าผู้ใหญ่นั่นเอง

โรคที่ติดต่อจากผู้ใหญ่สู่เด็กได้จากการ “จับมือ-หอมแก้ม”

1. โรค RSV
RSV หรือชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus คือ เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคในทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กเล็ก โดยเชื้อไวรัสจะทำให้เด็ก ๆ ป่วยเป็นปอดอักเสบ มีเสมหะออกมามาก นอกจากนี้ยังอาจทำให้เยื่อบุหลอดลม และอวัยวะในระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ บวมขึ้น และส่งผลให้เด็กมีอาการเหนื่อยหอบ และหายใจลำบาก ทำให้มีการสร้างสารคัดหลั่ง อย่าง เสมหะ ออกมาในปริมาณมาก หากเด็กที่มีโรคประจำตัวอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคหอบหืดอยู่แล้ว อาการก็จะหนักกว่าเด็กคนอื่นๆ บางครั้งอาจถึงขั้นหยุดหายใจไปเป็นช่วง ๆ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้

2. โรค มือ เท้า ปาก
โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่แพร่เชื้อได้ง่ายในเขตร้อน และเขตอบอุ่น ระยะหลังๆมานี้ เริ่มพบโรคมือ เท้า ปาก กับเชื้อที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นที่ชื่อว่า EV71 ทำให้เด็กเล็กสมองอักเสบได้ โรค มือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะพบว่าเป็นเด็กเล็กๆ ซะส่วนใหญ่ โยเฉพาะเด็กทารกอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่ปัจจุบันก็สามาถพบในได้เด็กที่โตขึ้น และผู้ใหญ่บางราย เช่น พ่อกับแม่ที่เป็นผู้ดูแลลูกน้อยที่กำลังป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก อยู่ ก็สามารถที่จะติดเชื้อและป่วยเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสนั่นเอง และเพียงแค่สัมผัสสารคัดหลั่งจากจมูก น้ำลาย และน้ำจากตุ่มใส รวมถึงอุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่ หรือติดต่อทางอ้อมจากการสัมผัสของเล่น กินอาหารหรือน้ำดื่มก็ติดเชื้อได้แล้ว

3. โรคไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่เป็นอาการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส influenza ที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยจะมีอาการไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลีย โดยทั่วไปลักษณะอาการค่อนข้างคล้ายไข้หวัดธรรมดา เพียงแต่อาจมีอาการหนักกว่า และยาวนานกว่า เช่น ไข้สูง และนานกว่า ปวดเมื่อยตามตัวมากกว่า อ่อนเพลียมากกว่า ไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อกันจากการรับเชื้อไวรัสผ่านอาการไอ จาม พูด ลมหายใจ ของผู้ที่ติดเชื้อ รวมไปถึงน้ำลายจากการใช้ช้อน แก้ว เดียวกัน หรือแม้กระทั่งสัมผัสข้าวของที่ผู้ป่วยสัมผัส หลังจากใช้มือป้องปากเวลาจามหรือไอด้วย

4. โรคทางเดินอาหาร
โรคทางเดินอาหาร หรือโรคติดเชื้อทางเดินอาหาร หมายถึงการติดเชื้อของอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากพวกแบคทีเรีย รองลงมาก็คือเชื้อไวรัสและปรสิต โดยมีอาการหลักๆ คือ อาจจะปวดท้องที่บริเวณช่องท้อง ร่วมกับท้องเสีย และมีไข้ได้ ทั้งนี้การรับเชื้อมักเกิดจากการบริโภคอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด โดยเชื้อโรคที่อยู่ในตัวผู้ป่วยปนเปื้อนอยู่ในน้ำ อาหาร และมือ เข้าสู่ปาก โดยเชื้ออาจติดอยู่ที่เครื่องมือเครื่องใช้ในการอุปโภคบริโภค เช่น ช้อน แก้วน้ำ จาน ชาม รวมถึงการสัมผัสกับอาหาร สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโรคด้วย

การป้องกันลูกน้อยติดเชื้อโรคจากผู้ใหญ่
1. งดหอมแก้ม จับแก้ม จับมือ หรืออุ้มเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง เพราะผู้ใหญ่อาจมีเชื้อไวรัสที่ยังไม่แสดงอาการไปติดต่อสู่เด็กได้

2. หากต้องการสัมผัสหรือเล่นกับเด็ก ควรขออนุญาจผู้ปกครอง และล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง

3. ผู้ปกครองที่กลับมาจากที่ทำงาน ควรล้างมือให้สะอาดก่อนเข้าไปหาลูกทุกครั้ง

4. เด็กในวัยที่ไปโรงเรียน หากกลับมาจากโรงเรียน ต้องอาบน้ำ ล้างมือ ก่อนไปเล่นกับน้อง หรือเด็กเล็กคนอื่นทุกครั้ง

5. ไม่ควรพาเด็กเล็ก (อายุน้อยกว่า 6 เดือน) ไปที่ที่มีคนแออัด คนจำนวนมาก

6. ในช่วงการระบาดของโรค ควรงดพาเด็กออกไปในที่ที่มีคนแออัด หรือพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือสนามเด็กเล่น เพราะมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคที่อันตรายต่อสุขภาพได้ง่าย

บรรเทาหวัด ด้วยอาหารการกิน

เมื่อคุณรู้สึกคันคอหรือเริ่มจะมีน้ำมูกไหล นั่นแปลว่าคุณติดเชื้อหวัดเข้าแล้วหรือเปล่า จริงๆ ก็ไม่เสมอไป ถ้าคุณรู้วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงที่จะอาการจะพัฒนาเป็นไข้หวัดต่อไป ต่อไปนี้คือ 5 วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยสุดยอด อาหารแก้หวัด ที่จะช่วยต่อสู้กับอาการไข้หวัดที่คุณอาจกำลังเผชิญอยู่โดยอาจไม่ต้องพึ่งยาเลยก็ได้

อาหารแก้หวัด มีอะไรบ้าง

ซุปไก่
มีผลการวิจัยระบุว่า ซุปไก่สามารถบรรเทาอาการคัดจมูกและลดน้ำมูกได้ เพราะว่ามีส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่ชื่อ ซิสเทอีน (cystenine) ที่พบในไก่ ซึ่งกรดอะมิโนตัวนี้จะช่วยลดการสร้างเมือกบริเวณโพรงจมูก หน้าอก และลำคอ จึงช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวไปด้วย

นอกจากนี้ การเติมส่วนประกอบอื่นๆ ลงในซุป เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยวและผักชนิดอื่นๆ จะช่วยเพิ่มพลังการเยียวยาอาการหวัด คาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในเส้นก๋วยเตี๋ยวจะช่วยเพิ่มระดับพลังงานให้กับคุณ ในขณะที่ผักอื่นๆ นั้นจะช่วยเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ในซุป ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

กระเทียม
การเพิ่มกระเทียมลงไปเล็กน้อยในอาหารจะช่วยให้รสชาติดีขึ้น สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในกระเทียมนั้นสามารถต้านไวรัสและช่วยคุณป้องกันหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้ กระเทียมยังมีส่วนประกอบของน้ำมันที่มีชื่อเรียกว่า อัลลิซิน (allicin) ซึ่งสารตัวนี้เองทำให้กระเทียมมีกลิ่นฉุน ออกฤทธิ์ทำหน้าที่ต้านหวัดได้อย่างดีเยี่ยม

คุณอาจไม่ชอบรับประทานกระเทียมแบบสดๆ แต่สามารถเลือกรับประทานกระเทียมในรูปแบบของอาหารเสริมได้ เช่น ผงกระเทียม น้ำมัน หรือสารสกัดจากกระเทียม ก็มีฤทธิ์ในการรักษาเช่นเดียวกัน และคุณไม่จำเป็นต้องรับประทานในปริมาณมาก เพียงรับประทานวันละหนึ่งถึงสองกลีบก็เพียงพอแล้ว

น้ำผึ้ง
คุณอาจมีภาพความทรงจำในวัยเด็กที่คุณยายตักน้ำผึ้งใส่ช้อนชาให้คุณรับประทานตอนที่คุณมีอาการเจ็บคอ คุณยายของคุณทำสิ่งที่ถูกต้องมาก เนื่องจากมีงานวิจัยระบุว่า น้ำผึ้งสามารถลดอาการไอ โดยจะไปเคลือบบริเวณลำคอและช่วยบรรเทาการเกิดการระคายเคืองได้

อันที่จริง น้ำผึ้งมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการไอมากกว่ายาแก้ไอจากร้านขายยาเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำผึ้งบัควีทที่มีสรรพคุณทางยาสูง อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือนไม่ควรรับประทานน้ำผึ้ง เพราะอาจมีความเสี่ยงก่อให้เกิดภาวะโบทูลิสจากอาหาร (infant botulism) ได้

ชา
ชาวจีนนั้นค้นพบสรรพคุณด้านการรักษาของชามากว่าร้อยปี ปัจจุบันนี้ งานวิจัยระบุว่า ชามีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่กำลังอ่อนแอ ทั้งชาเขียวและชาดำนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ สารเพิ่มพลังระบบภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า แอล-ธีอะนีน (L-theanine)

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cardiff ยังค้นพบด้วยว่า เครื่องดื่มร้อนนั้นจะช่วยบรรเทาอาการจาม เจ็บคอ หนาวสั่น และความเมื่อยล้าให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่า ชานั้นมีส่วนผสมของคาเฟอีน หากคุณจะให้เด็กๆ ดื่มเพื่อบรรเทาอาการ ลองเลือกชาสมุนไพร (tea medicine) ให้ดื่มเพียงหนึ่งแก้วต่อวันก็เพียงพอที่จะช่วยบรรเทาอาการและได้ประโยชน์ครบถ้วน

น้ำผัก
หากคุณเบื่อหน่ายที่จะรับประทานผักในช่วงที่มีอาการไข้หวัด อาจจะลองเปลี่ยนมารับประทานน้ำผักแทนดูก็ไม่เลว ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่เห็นด้วยว่าการรับประทานวิตามินซีใน ปริมาณสูงๆ นั้นจะช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด แต่งานวิจัยบางชิ้นกลับระบุว่า การรับประทานวิตามินซีอาจช่วยป้องกันไข้หวัดได้ แต่ควรรับประทานในรูปแบบของผักผลไม้แทนที่จะรับประทานแบบอาหารเสริม ดังนั้น ลองเพิ่มอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น สตรอเบอรี่ ส้ม มะเขือเทศและบล็อคโคลี

เนื้อสัตว์ไร้มัน
เนื้อสัตว์ไร้มัน (lean meat) เป็นหนึ่งในอาหารต้านไข้หวัดที่ช่วยเพิ่มระดับธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดช่วยรักษาระดับธาตุเหล็กไว้ได้

นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารที่เต็มไปด้วยธาตุเหล็กและยังง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เนื้อไร้มันยังอุดมไปด้วย สังกะสี แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยร่างกายต่อต้านการติดเชื้ออีกด้วย

หากคุณเริ่มมีอาการเป็นหวัดคัดจมูก จึงควรรับประทานเนื้อไร้มัน เช่น เนื้อวัว ไก่ ปลา หรือหอย ก็จะช่วยคุณบรรเทาอาการหวัดที่กำลังจะเริ่มเป็นให้ดีขึ้นได้

เคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรงด้วยวิธีแสนง่าย

เคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรงด้วยวิธีแสนง่าย

ตับอ่อน อวัยวะหนึ่งที่บริเวณภายในช่องท้องของคนเรา  ตับอ่อนเป็นต่อมอย่างหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโดยลักษณะรูปร่างคล้ายตัวลูกอ๊อด อยู่บริเวณใต้ตับ วางขวางอยู่ในช่องท้องส่วนบน พาดไปใต้กระเพาะอาหาร

ตับอ่อนแบ่งออกเป็น2 ส่วนนั่นก็คือ ส่วนหัวและส่วนหาง ส่วนหัวก็คือส่วนที่มีลักษณะคล้ายหัวของลูกอ๊อด และส่วนที่ต่อยาวออกไปก็คือส่วนหางนั่นเอง

 

ตับอ่อนทำหน้าที่ 2 ประการคือ สร้างน้ำย่อยหลายๆชนิด เพื่อย่อยอาหารในลำไส้เล็ก หน้าที่อีกอย่างของตับอ่อนก็คือ สร้างอินซูลินเพื่อใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของเรา  ในตับอ่อนจึงมีเซลล์อยู่สองชนิดเซลล์ส่วนใหญ่ของตับอ่อนเป็นเซลล์ที่สร้างน้ำย่อย ส่วนเซลล์พิเศษที่สร้างอินซูลินเป็นเซลล์ที่เกาะกันอยู่เป็นกลุ่มๆ  มีลักษณะกระจายอยู่ทั่วๆตับอ่อน เราจะเรียกชื่อว่า กลุ่มเซลล์ของแลงเกอร์ฮาน โดยจะตั้งตามชื่อของคนที่ค้นพบกลุ่มเซลล์นี้

 

น้ำย่อยที่ตับอ่อนสร้างขึ้นนั้น จะเป็นน้ำย่อยที่ใช้ย่อยอาหาร โดยอาหารแต่ละชนิดที่เรากินเข้าไปนั้นจะแตกต่างกัน น้ำย่อยแต่ละอย่างก็ทำหน้าที่ย่อยอาหารเฉพาะในแต่ละประเภท เช่นน้ำย่อย ทริปซิน จะย่อยอาหารประเภทโปรตีนอย่างเดียว อาหารประเภท เนื้อสัตว์ นม เนย น้ำย่อยไลเปส ก็จะย่อยอาหารประเภทไขมันเพียงอย่างเดียว น้ำย่อยอะไมเลส จะช่วยย่อยอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล โดยน้ำย่อยที่ตับอ่อนสร้างขึ้นนั้น จะถูกส่งเข้าสู่ลำไส้เล็กทางท่อและเชื่อมไปรวมเข้ากับท่อน้ำดีก่อนที่จะเปิดเข้าสู่ลำไส้เล็ก ที่ปากท่อมีหูรูดๆ มีหน้าที่ คอยปิดเปิดให้น้ำย่อยไหลเข้าสู่ลำไส้ และไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนกลับนั่นเอง

 

ในบริเวณเนื้อของตับอ่อนจะเต็มไปด้วยน้ำย่อย และถ้าหากตับอ่อนฉีกขาดจากการกินอาหาร อุบัติเหตุ หรือสาเหตุอื่นๆอะไร ก็ตามนั้น  จะรักษาค่อนข้างยาก เนื่องจากน้ำย่อยที่ถูกผลิต จะซึมออกมาในช่องท้อง ทำให้เกิดอาการอักเสบ และถ้าไม่มีน้ำย่อยจากตับอ่อนช่วยย่อยอาหารที่เรากิน อาหารที่ผ่านกระเพาะก็จะผ่านลำไส้สู่ลำไส้เล็ก โดยไม่มีการย่อย อาหารที่ได้จะเป็นก้อนๆ ทำให้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหาร นำไปใช้ในร่างกาย ก็จะทำให้เราขาดสารอาหารผอมแห้ง