ผลข้างเคียงของการที่เรากินยาคุมฉุกเฉิน

ในเมื่อเรากินยาคุมฉุกเฉินนั้นก็มีผลข้างเคียงเหมือนกันดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับการที่เรากินยาคุมฉุกเฉินนั่นเองว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง  เพราะว่าการที่เรากินยาเข้าไปนั้นอาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาอะไรบ้างนั่นเอง

  เรานั้นจะได้มีวิธีในการป้องกันนั่นเอง  และเมื่อเรานั้นรู้แล้วว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องเจอเราอาจจะไม่ต้องกินกินยาคุมฉุกเฉินนั้นก็ได้แต่ว่าเปลี่ยนเป็นให้ฝ่ายชายนั้นคุมกำเนิดแทนนั่นเอง  

     ผลข้างเคียง

  • คือมีอาการคลื่นไส้  อาเจียน เมื่อเรานั้นกินยาเข้าไปได้ไม่นานนั่นเอง 
  • อาจจะมีอาการปวดหัวหรือว่าอาการปวดท้องนั่นเองเพราะว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงกับตัวยาเพื่อที่จะให้เข้าสู่ร่างกายของเรานั่นเอง  เพราะว่าในการที่เรากินยาเข้าไปนั้นจะมีการปรับเปลี่ยนฮอร์โมนของเราด้วย  หรือว่าอาจจะเป็นการที่ตัวยามีการต่อต้านยาที่เรากินเข้าไปนั่นเอง  
  • อาจจะส่งผลให้การที่เราจะมีประจำเดือนนั้นเกิดเคลื่อนออกไปนั่นเอง  
  • มีผลเสี่ยงในการที่เราจะท้องมดลูกนั่นเอง  
  • และทางแพทย์นั้นได้มีการศึกษาออกมาแล้วว่าการที่เรากินยาคุมฉุกเฉินบ่อยนั้นจะส่งผลให้เรามีอาการข้างเคียงเกี่ยวกับเรื่องของโรคกระดูกที่พรุนในอนาคตนั่นเอง   

ในการที่เราใช้ยาคุมกำเนิดแบฉุกเฉินนั้นเราต้องปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนเพราะว่าการที่เรากินเข้าไปแล้วนั้นอาจจะส่งผลให้เรามีผลข้างเคียงและการที่เรากินเข้าไปแล้วอาจจะทำให้เกิดอาการมีเลือดออกที่ช่องท้องหรือว่าช่องคลอดได้นั่นเอง 

ในการที่เรากินแล้วรู้สึกว่ามีการตั้งท้องนั้นเราควรที่จะหยุดกินทันทีเพราะว่าอาจจะเป็นอันตรายแก่เด็กในท้องของเราได้อีก

    ถึงแม้ยายาคุมฉุกเฉินนั้นเป็นยาคุมที่ป้องกันการตั้งท้องแต่ว่าไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถที่จะตั้งท้องได้เหมือนกันเพราะว่าเมื่อเรากินไม่ถูกนั้นก็อาจจะทำให้เราตั้งท้องได้  และเมื่อเวลาที่เรากินยาคุมฉุกเฉินเป็นเวลาที่นานนั้นก็อาจจะทำให้เรื่องที่เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์นั้นอาจจะมีปัญหา  และเราก็ไม่ควรที่จะกินยาคุมกำเกิดแบบบ่อยมากไปนั่นเอง 

ในการที่เรากินยาคุมฉุกเฉินนั้นมีทั้งข้อดีและก็ส่งผลเสียในการที่เรากินเพราะว่าอาจจะทำให้เรานั้นเกิดการเป็นอันตรายได้เหมือนกันอย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นเกี่ยวกับการข้อควรระวังนั่นเอง  และเมื่อการที่เราจะกินยาคุมฉุกเฉินเพื่อที่จะป้องกันเชื้อโรคเกี่ยวกับทางเพศสัมพันธ์นั้น

ไม่สามารถที่จะช่วยได้  เพราะว่ามีอย่างเดี่ยวในเรื่องของการป้องกันเชื้อโรคที่จะติดมานั้นก็คือการที่เราต้องใส่ถุงยางอันนามัยนั่นเอง ที่ฝ่ายชายต้องเป็นคนใส่  

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

เราต้องนอนกี่ชั่วโมงถึงจะดีต่อสุขภาพ 

ด้วยวัยของเรานั้นเป็นวัยที่กำลังทำงานการที่เราไม่ค่อยไม่มีเวลาที่จะได้พักผ่อนเป็นเรื่องที่ปกติ เพราะว่าเราเอาเวลาที่เรานอนนั้นไปทำงานหรือว่าทำโอทีก็เลยทำให้เรามีเวลาในการพักผ่อนนั้นน้อยมาก  การที่เราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเตรียมอาหารให้กับครอบครัวก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เราต้องทำเพราะว่ามันคือหน้าที่ของเรานั่นเอง 

การที่เรารู้จักการรับผิดสิ่งที่เราได้รับมอบหมายเป็นเรื่องที่ดี  แต่ว่าการที่เราก็ต้องดูแลครอบครัวและงานงานที่เราต้องทำ  ก็เลยทำให้เราไม่ค่อยที่จะมีเวลาในการพักผ่อน เพราะว่าเรานั้นโตพอที่จะต้องภาระและหน้าทีการงานนั่นเอง

  ดังนั้นการที่เราจะได้พักผ่อนในช่วงที่เหมาะสมนั้นค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยากมาก  และพอเมื่อถึงเวลาที่เราต้องหยุดงานเราก็ต้องมาทำงานบ้าน  ทำความสะอาดบ้าน  ไม่ค่อยที่จะได้ออกไปไหน หรือว่าพักผ่อนอะไรที่มากนัก  

    เราเชื่อว่าหลายๆคนนั้นก็ต้องเป็นเหมือนกันเพราะว่าการที่เราเข้าสู่วัยทำงานนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องรับรู้อยู่แล้วว่าเราต้องรับผิดชอบ  จึงทำให้เราไม่ค่อยที่จะมีเวลา  ซึ่งในบางครั้งการที่เรานอนมากนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีเหมือนกันเพราะว่าทำให้เรารู้สึกว่าว่าเราไม่ค่อยสบาย หรือว่าเมื่อเราตื่นนอนมานั้นทำให้ร่างกายของเราไม่สดชื่นนั่นเอง 

การที่เราต้องนอนนั้นเราควรที่จะนอนตอนไหน  อายุเท่าไหร่ ต้องนอนกี่ชั่วโมง ซึ่งในวันนี้เราจะมาบอกว่าการนอนในช่วงอายุเท่าไหร่ที่เราต้องนอนกี่ชั่วโมงมาฝาก 

เด็กแรกเกิดถึงสามเดือนต้องนอนอย่างน้อย 14-17 ชั่วโมง    อายุ4 เดือนถึง11เดือน นอน12-15 ชั่วโมง 

เด็กอายุ 1ปี ถึง2 ปี ควรนอน11-14 ชั่วโมง     เด็กอายุ 3-5 ปีควรที่จะนอน 10-13 ชั่วโมง 

เด็กอายุ 6-13 ปีควรที่จะนอนอย่างน้อย 9-11 ชั่วโมง   อายุ 14-17 ปีควรที่จะนอน 8-10 ชั่วโมง 

อายุ 18-25 ปีควรที่จะนอน 7-9 ชั่วโมง   อายุ่ 26-64 ปี ควรที่จะนอน7-9 ชั่วโมง  

ไม่ว่าอย่างไงนั้นตารางที่เราเปรียบให้ดูนั้นการที่เราเข้าสู่วัยทำงานนั้นเป็นการนอนเทียบเท่ากับตอนที่เราเป็นวัยรุ่น  แต่ว่าเราไม่รู้ว่าทุกคนนั้นสามารถที่จะประฏิบัติตัวได้หรือไม่เพราะว่าในส่วนตัวนั้นก็นอนเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมงนั่นเอง 

การที่เรานอนไม่เพียงพอนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อสุขภาพดังนั้นการที่เรารู้ตัวว่าเราหลับไม่เพียงพอเราก็ควรที่จะหาเวลาในการพักผ่อนบ้างเพื่อที่จะได้มีเวลาในการที่ทำให้สุขภาพของเรานั้นดี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยฮานอยซื้อยังไง

อาการของโรคน้ำกัดเท้า

โรคของน้ำกัดเท้าเป็นอาการเกี่ยวกับบริเวณผิวหนังที่เป็นนั้นก็คือง่ามนิ้วเท้านั่นเอง  ที่เกิดอาการคัดจากการที่เราได้รับเชื้อหรือว่าแบคทีเรียนั่นเอง  อาการที่เราคันก็เป็นอาการที่เราคันตามง่ามนิ้วเท้าและเมื่อไหร่ที่เราได้เกาเราจะรู้สึกว่าทำให้เราเกาแล้วมันนั่นเอง จากนั้นก็จะกลายมาเป็นตุ้มของน้ำใสๆนั่นเองซึ่งจะเป็นตุ่มเล็กๆน้ำใสๆ

และเมื่อไหร่ที่น้ำแตกเราจะรู้สึกถึงความแสบ  และหลังจากนั้นก็จะกลายมาเป็นแผลนั่นเอง  ดังนั้นการที่เราเป็นแผลก็เริ่มที่จะมีอาการของคัดและแผลก็เริ่มที่จะใหญ่มากขึ้นนั่นเอง  ดังนั้นการที่เราเป็นอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่เราควรที่จะรีบรักษาเพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการที่จะให้แผลของเราเกิดอาการติดเชื้อและเป็นอย่างอื่นได้นั่นเอง  

          โรคของน้ำกัดเท้าเป็นเรื่องที่เกิดมากจากการที่เราไม่ใส่รองเท้าและที่ตรงนั้นเป็นเชื้อรานั่นเอง ก็เลยเป็นอาการของน้ำกัดเท้าหรือว่าจะเป็นการที่เรานั้นใส่ถุงเท้าร่วมกับคนที่มีอาการเกี่ยวกับการที่เป็นเชื้อรา และก็รามมาติดอยู่ที่เรานั่นเอง 

เพราะว่าการที่เราเป็นอย่างนั้นก็อาจจะทำให้เราเกิดอาการเกี่ยวกับการติดเชื้อได้นั่นเอง  และรวมไปถึงการที่เราใช้ของร่วมกันอย่างเช่นผ้าเช็ดตัวด้วย  การที่เราอาบน้ำและเราเช็ดเท้าไม่แห้งก็ก่อให้เกิดเป็นโรคของน้ำกัดเท้าได้เหมือนกัน

   วิธีของการรักษา   วิธีในการรักษาเมื่อเราเป็นโรคน้ำกัดเท้านั้นก็คือการที่เราทายาเกี่ยวกับเชื้อราบริเวณแผล หรือว่าอาจจะเป็นยาครีม เจล  ขี้ผึ้ง หรือว่า สเปรย์ เพื่อที่จะเป็นอาการเกี่ยวกับการช่วยในการบรรเทาอาการคันนั่นเองเพราะว่าการที่เรารู้สึกว่าเราทายาแล้วจะช่วยได้เพราะว่าถ้าเรามัวแต่ปล่อยทิ้งเอาไว้จะเป็นอาการที่เกี่ยวกับการที่เราติดเชื้อจากการที่เราเป็นแผล  และก็กลายมาเป็นโรคอื่นๆที่ติดต่อด้วยนั่นเอง  

  วิธีในการที่เราเริ่มที่จะรักษาอาการ   

  • เราต้องดูแลเท้าของเราให้สะอาด  เมื่อเวลาที่เราต้องไปอยู่ในที่เสี่ยงของการที่เป็นน้ำกัดเท้าเราก็ควรที่จะทำความสะอาดเช็ดเท้าของเราให้แห้ง
  •   ในช่วงที่เราเป็นแผลเราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงในการที่จะใส่รองเท้าที่เปียกชื้นและเราก็ไม่ควรที่จะไปเดินในบริเวณที่เป็นน้ำแอ่งหรือว่าขังด้วยนั่นเอง  
  • เมื่อเราเป็นแผลเราก็ควรที่จะใส่ยาเพื่อที่จะทาแผลของเราอย่างน้อยวันละสองครั้งเพราะว่าจะได้เป็นการรักษาแผลของเรานั่นเอง  และเราก็ควรที่จะล้างเท้าเพื่อที่จะทำความสะอาดและเช็ดเท้าให้แห้งก่อนที่เราจะทายา  
  • พยายามอย่าที่เกะหรือว่าเกานั่นเองเพราะว่าจะเป็นการทำให้แผลที่เป็นอยู่เกิดการติดเชื้อมากขึ้นนั่นเอง  

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยไม่มีขั้นต่ำ

Ketogenic เทคนิคการทานให้ไม่อ้วน

Ketogenic หรือที่กลุ่มคนทั่วไปเรียกว่า keto คือวิธีการลดน้ำหนักรูปแบบหนึ่งที่มีหลักการ คือ การเน้นทานที่ไขมันเป็นหลักแล้วทานโปรตีนควบคู่ไปด้วยส่วนในเรื่องของคาร์โบไฮเดรตนั้นจะทานในปริมาณที่น้อยมาก

โดยจะแทนที่พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมาเป็นไขมันแทน ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่น้อย จนทำให้น้ำหนักของเราลดลงได้

หลักการกินไขมันเพื่อช่วยลดไขมัน

อาจฟังดูแปลกไปหน่อยสำหรับคำที่ว่าการกินไขมันเพื่อช่วยลดไขมัน แต่ มันสามารถเป็นไปได้จริงๆ สำหรับการทานไขมันเพื่อลดไขมัน หลักการเบื้องต้น คือ การลดสัดส่วนปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลงแล้วแทนที่ด้วยไขมันซึ่งไขมันที่ว่าควรเป็นไขมันดี

ซึ่งการทำแบบนี้ส่งผลให้ร่างกายเกิดสภาวะการเผาผลาญที่เรียกว่า คีโตสิส จนเกิดสารที่เรียกว่าคีนโตนในตับ โดยผลกระทบในช่วงแรก สมองจะอ่อนล้าเนื่องจากยังปรับตัวไม่ได้จากการขาดคาร์โบไฮเดรต อาจมีกลิ่นปาก แล้วหลังจากนั้นร่างกายจะปรับตัวเพื่อเปลี่ยนการใช้พลังงานหลักที่มาจากคาร์โบไฮเดรตมาเป็นพลังงานจากไขมันแทน

ทำความรู้จักกับไขมัน

HDL (High-Density Lipoprotein) ไขมันดีคือไขมันที่มีคอเลสเตอรอลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำหน้าที่กำจัดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีหรือที่เรารู้จักในชื่อ LDL ที่มักสะสมอยู่ตามหลอดเลือดโดยวิธีการที่ HDL กำจัด 

LDL (Low-Density Lipoprotein) ไขมันที่ไม่ดี ซึ่งการกำจัด LDL ออกจากร่างกายนั้นไม่สามารถกำจัดได้หมด และมักสะสมอยู่ตามกระแสเลือดทำให้หลอดเลือดตีบ จนส่งผมให้เป็นโรคความดันโลหิตและโรคหัวใจตามมา

 

การทานแบบ Ketogenic สามารถทานอะไรได้บ้าง

  1. เนื้อสัตว์: ทุกชนิด สามารถกินส่วนที่ติดมันได้ เนื้อสัตว์มีสารอาหารที่เหมาะสำหรับการทำคีโตนเพราะมีสารอาหารทั้งไขมันและโปรตีนครบ
  2. ผัก แนะนำให้เป้นผักใบเขียว
  3. ไขมัน อาหารที่มีไขมันดีมากที่สุดคือ น้ำมันมะกอก เนยแท้ อะโวคาโด
  4. นมและผลิตภัณฑ์จากนม แน่นอนว่าต้องเป็นนมจากสัตว์เลี้ยงลชีสทุกชนิด
  5. ถั่ว แหล่งไขมันที่ดีมากเพราะมีทั้งไขมันและโปรตีนเหมาะเป็นอาหารกินเล่น
  6. เครื่องดื่ม แนะนำให้เป็นกาแฟดำ ชา และนมที่ทำจากอัลมอนด์ 
  7. ผลไม้น้ำตาลต่ำ

 

อาหารที่ไม่ควรกินสำหรับผู้ทำคีโตเจนิค

  1. อาหารที่ไม่ควรรับประทานคือ อาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ข้าวต่าง ๆ ขนมปัง และไม่ควรกินอาหารที่มีการแปรรูปเช่น ไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้นต่าง ๆ อาหารเหล่านี้ควรงดเพราะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สูง 
  2. ถึงจะทานไขมันเป็นหลักแต่ควรหลีกเลี่ยงการทานไขมันประเภท LDL เช่น มาการีน กะทิ เป็นต้น

สุดท้ายนี้ถึงแม้ว่าการทานคีโตเจนิคจะทำให้เราสามารถทานไขมันได้เยอะกว่าปกติก็ตามแต่ก็ต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ตามสัดส่วนที่ร่างกายควรได้รับ ไม่ควรทานเยอะเกินไป เพราะไม่ว่าจะเป็นไขมันดีหรือไม่ดีก็สามารถทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

Superfood คืออะไร เคยสงสัยไหมว่าช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นยังไง

สายสุขภาพทุกคนน่าจะรู้จัก Superfood กันอยู่แล้ว แต่ใครที่เป็นมือใหม่ที่เข้ามาสายสุขภาพ หรือ กำลังควบคุมหรือลดน้ำหนัก ลองมาอ่านความรู้ดีๆเกี่ยวกับ Superfood สิจะช่วยใครคุณทำให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ง่ายขึ้น

Superfood คืออะไร? 

Superfood คือ อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและอาจจะช่วยรักษาโรคบางอย่างได้ ซึ่ง Superfood จะมาในรูปแบบอาหาร ผัก ผลไม้ หรือ ธัญพืชที่เรากินกันปกติ วันนี้เราเลยมาแนะนำ Superfood บางอย่างที่ดีต่อร่างกายและดีต่อใจของสายสุขภาพมาฝากกัน เพราะกินแล้วดี กินแล้วไม่อ้วน แถมมีประโยชน์เพียบ

เมล็ดเจีย ซึ่งเป็นธัญพืชทีมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวคุณสดใส เปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์ และกระจ่างใส นอกจากนี้ ยังมีไฟเบอร์สูงมากๆที่จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง แถมยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายของคุณอีกต่างหาก

ควินัว เป็นธัญพืชที่ให้คุณค่าอาหารสูง ให้โปรตีนสูง แต่แคลอรีต่ำ ควินัวเป็นอาหารที่ให้สารอาหารมากว่าเมล็ดพืชทุกชนิด มีไฟเบอร์มากกว่าข้าวกล้องถึง 2 เท่า และยังมีแร่ธาตุต่างๆมากมาย อย่างเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และไขมันดีต่อร่างการ นอกจากนี้ ควินัวยังเป็นอาหารป้องกันการก่อโรคมะเร็งอีกด้วยนะ 

ซึ่งเหมาะกับคนที่รักสุขภาพ หรือต้องการลดน้ำหนักจริงๆ

ผักโขม เป็นผักที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังมีวิตามินอีกหลากหลายตัว อย่างเช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี2 และวิตามินบี6 นอกจากนี้ผักโขมเองยังมีสารที่ไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายด้วยนะ มีประโยชน์เยอะมากจริงๆ แถมยังมีใยอาหารเยอะช่วยในการขับถ่ายด้วยนะ คนลดน้ำหนักต้องหันมากินผักโขมเยอะๆแล้วละ 

อาซาอิ เบอร์รี่ เป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานสูง ทั้งไขมันดีและโปรตีนที่มีคุณค่าให้กับร่างกาย และยังช่วยลดควาเหนื่อยล้าของร่างกายได้ด้วยนะ ที่สำคัญคือบำรุงผิวพรรณเราให้สว่าง กระจ่างใส ด้วยนะ และยังมีคุณสมบัติในการขับสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย

อะโวคาโด อาหารอีกย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพของเรา เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ อย่างเช่น วิตามินอี บำรุงผิวพรรณ และยังมีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา หรือ วิตามินซี ที่ช่วยลดการเป็นหวัดของเราได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ มีไขมันดี ที่จะทำให้เราชะลอความแก่และลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ เพราะไขมันดี จะไปไล่ไขมันไม่ดีในร่างกายเราออกไป ซึ่งไขมันไม่ดีจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  วิธีสมัครเล่นหวยฮานอย

สุดยอดผลไม้ล้างสารพิษ

 อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละมื้อนั้นคุณเชื่อหรือไม่ว่า มีสารพิษและสิ่งปนเปื้อนผสมอยู่ไม่มากก็น้อย ซึ่งสารพิษที่ว่าก็มาจากผักและผลไม้ที่เรานำมาประกอบอาหารซึ่งเรามีการนำปรุงเพื่อรับประทานซึ่งเราอาจจะล้างสารพิษออกไม่หมด อย่างเช่น ยาฆ่าแมลงต่างๆที่มักจะมีการฉีดใส่พืชผักเพื่อป้องกันแมลงมารบกวนพืชผล

ดังนั้นวันนี้เราจะมีแนะนำผลไม้ที่สามารถกินเพื่อล้างสารพิษในร่างกายออกมาได้

  1. Apple  อย่างที่เราทราบกันดีว่าใน  apple มีเพคติน ที่เป็นเส้นใยอาหารที่สามารถดูดซับคอเลสเตอรอลและสารพิษในร่างกาย และจะทำการขับของเสียและสารพิษเหล่านี้ออกทางลำไส้ ซึ่ง apple ที่จะช่วยขับสารพิษได้ดีควรจะเป็น apple ที่ปลูกแบบออแกนิก เพราะจะได้ไม่มีสารพิษปนเปื้อนมากับ apple ด้วย
  2. บลูเบอร์รี่  สำหรับบลูเบอร์รี่นั้นจะมีแอสไพรินที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ลดการอักเสบของเนื้อเยื้อแบบเรื้อรังและทำยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้อีกด้วย ที่สำคัญบลูเบอร์รี่ยังเป็นยาปฏิชีวนะ ช่วยป้องกันการติดเชื้อและช่วยต้านเชื้อแบคที่เรียนในระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ในการต่อต้านเชื้อไวรัสและช่วยป้องกันสารพิษไม่ให้แพร่เชื้อเข้าสู่สมองได้อีกด้วย
  3. ผลไม้ตระกูลส้ม ( เกรปฟรุต ) สำหรับผลไม้ตระกูลเกรปฟรุตนั้นจะมีเส้นใยเพคตินที่จะไปช่วยในเรื่องของการดักจับคอเลสเตอรอลและช่วยในการดักจับโลหะหนัก ช่วยทำความสะอาดเฃือดและขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นเราจึงควรหมั่นทานผลไม้ประเภทเกรปฟรุตหรือผลไม้ตระกูลส้มในมื้อเช้าเพราะจะทำให้ร่างกายของเราได้รับประโยชน์จากการทาน นอกจากนี้ในผลไม้ตระกูลส้มหรือเกรปฟรุตจะมีสารที่ช่วยในการต้านไวรัสที่จะเป็นอันตรายกับร่างกายของเรา ดังนั้นการทานเกรปฟรุตจะช่วยในการขจัดไวรัสที่เป็นอันตรายออกจากร่างกายของเราได้ ซึ่งผลไม้ตระกูลส้มนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ที่สามารถล้างสารพิษที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในการช่วยล้างสารพิษออกจากตับและลำไส้ได้ดีทีเดียว
  4. อะโวคาโด  ผู้คนส่วนมากมักจะรู้จักอะโวคาโดว่าเป็นผลไม้ที่คนที่กินคลีนนิยมกินกัน คุณรู้หรือไม่ว่าอะโวคาโดมีประโยชน์มากมายมหาศาลเพราะเป็นแหล่งของสารอาหารที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง ประโยชน์ของอะโวคาโดทั้งช่วยในเรื่องขยายหลอดเลือดและยับยั้งสารพิษต่างๆที่จะเข้ามาทำลายหลอดเลือดแดง อีกทั้งยังมีคอเลสเตอรอลต่ำ และในผลอะโวคาโดยังอุดมไปด้วยกลูต้าไธโอน ซึ่งจะสารที่ช่วยในเรื่องการต้านสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งและยังสามารถล้างสารพิษในตับที้เกิดมาจากสารเคมีได้ดีอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  relx pod น้ำยา

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย

หลายวันที่ผ่านมานี้เชื่อว่าทุกคนคงจะได้ยินข่าว 

เห็นผ่านตาทางสื่อโซเชียลจากหลากหลายช่องทางเกี่ยวกับไวรัสตัวใหม่ที่กำลังระบาดอย่างแพร่หลายนั้นก็คือ เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น ของประเทศจีน ในตอนแรกนั้นที่ตรวจพบเจอได้มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสสายใหม่นี้ไปแล้วถึง 3 คน และมีผู้คนในเมืองอู่ฮั่นเริ่มติดเชื้อไวรัสตัวนี้แล้ว

ซึ่งในเวลาต่อมาได้พบเข้ากับผู้เสียชีวิตอีก 1 คน

ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสสายใหม่ตัวนี้ทั้งสิ้น 5 คน และมีการตรวจพบอีกว่าผู้เริ่มติดเชื้อแล้วเพิ่มเป็น 2 เท่าจากเดิม จากในตอนแรกที่ระบาดภายในเมืองอู่ฮั่น ปัจจุบันนั้นได้เริ่มระบาดเข้ามาถึงกรุงปักกิ่ง มหานครเซี่ยงไฮ้ เมืองเซินเจิ้น

เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีรายงานถึงผู้ชีวิตแต่อย่างใด มีเพียงผู้ติดเชื้อเท่านั้น ในเวลาต่อมาประเทศเกาหลีใต้เองนั้นก็ได้พบตรวจพบผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตัวจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่กำลังจะเดินทางเข้าประเทศ และพบว่าเดินทางมาเมืองอู่ฮั่น ของประเทศจีน

ไม่เพียงแค่ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่นในตอนนี้ก็พบกับผู้ติดเชื้อแล้วเรียบร้อย ซึ่งในไทยเราเองนั้นก็มีนักท่องเที่ยวชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่นที่ติดเชื้อไวรัสตัวนี้กำลังเดินทางเข้ามาภายในประเทศไทยเช่นเดียวกัน ล่าสุดนั้นมีคนไทยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว 1 รายที่จังหวัดนครปฐม เป็นผู้หญิง มีอายุ 73 ปี ซึ่งทราบในภายหลังว่าก่อนหน้านี้เขาได้เดินทางไปเที่ยวที่เมืองอู่ฮั่น ของประเทศจีนมา

ในตอนนี้ผู้ป่วยรายนี้ทำการรักษาตัวอยู่ และอาการที่ดีขึ้น

แต่ผู้ป่วยนั้นมีโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนอยู่แล้ว อาจจะต้องเพิ่มความดูแลให้มากขึ้นอย่างเป็นพิเศษ ต่อมาได้ทำการไปตรวจคนในครอบครัวและคนรอบข้างของผู้ป่วยรายนี้ ปรากฏว่าไม่มีใครได้รับการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้

หลายคนคงอาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องตรวจคนรอบข้างของผู้ป่วย นั้นเป็นว่าทางผู้เชี่ยวชาญของจีนได้ออกมาเปิดเผยถึงการติดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ตัวนี้ว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์นี้นั้นสามารถติดต่อได้จากคนสู่คน นั้นเหมายความว่าการที่เราอยู่ใกล้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะสามารถติดเชื้อไวรัสตัวนี้ได้เช่นกัน อย่างเช่น การจูบ การสัมผัส การรับประทานอาหารร่วมกันโดยปราศจากช้อนกลาง การจามที่จะทำให้เชื้อโรคนั้นแพร่ไปในอากาศ เป็นต้น

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

กฎหมายย้ำ ห้ามใช้ก๊าซหรือถ่านบนโต๊ะในห้องอาหาร

กฎหมายย้ำ ห้ามใช้ก๊าซหรือถ่านบนโต๊ะในห้องอาหาร
กรมอนามัย ย้ำ กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องมือปิ้งย่างจากก๊าซหรือถ่านบนโต๊ะในห้องอาหาร ชี้เกิดเหตุแล้วควบคุมยาก อนุญาตเพียงแค่ระบบกระแสไฟฟ้าเพียงแค่นั้น ชี้เป็นหน้าที่ท้องถิ่นดูแลควบคุมติดตาม

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้พูดถึงกรณีเหตุอัคคีภัยห้างฟอร์จูน รัชดาภิเษก ซึ่งมีต้นไฟมาจากห้องอาหารปิ้งย่างว่า หัวข้อนี้ยังไม่รู้เนื้อหาเด่นชัด แต่ว่าปัจจุบันนี้มีข้อบังคับระบุเรื่องเครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้เสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนนั้นข้อบังคับอนุญาตเฉพาะเครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้กระแสไฟฟ้าเพียงแค่นั้น ส่วนจำพวกอื่นๆไม่ว่าจะเป็นก๊าซหรือถ่าน ข้อบังคับไม่อนุญาตให้ทำเพราะว่าเวลาเกิดเหตุแล้วควบคุมดูแลได้ยาก เว้นเสียแต่ในครัวซึ่งมีระบบระเบียบดูแลเฉพาะอยู่ แม้กระนั้นหากเป็นข้างในร้านค้า บนโต๊ะอาหารของคนซื้อจะไม่อนุญาตเลย เพื่อลดการเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น เนื่องด้วยก่อนหน้าที่ผ่านมาพบว่ามีการเกิดเหตุอันตรายอยู่บ่อยมาก การใช้วัสดุอุปกรณ์เหล่านี้เหมือนกับว่าควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือว่าเป็นรุ่นไหน ใช้เช่นไร ควบคุมเช่นไร ไม่เช่นนั้นจะมีอันตรายได้

นักข่าวถามคำถามว่าเดี๋ยวนี้ร้านค้าปิ้งย่างที่ให้ผู้ใช้ปิ้งย่างบนโต๊ะอาหาร ได้ตรวจสอบไหมว่ามีลักษณะเช่นไร พญ.พรรณพิมล บอกว่า กรมอนามัยจะมองตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช 2535 แล้วก็ที่ปรับแต่งเพิ่มอีก ซึ่งออกเป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่รับไปปฏิบัติงาน และสุ่มตรวจ เพราะว่าเวลาเปิดห้องอาหารจำต้องมาขออนุญาตแล้วก็กำหนดชนิดห้องอาหารที่จะเปิด ด้วยเหตุนั้น พอลงไปตรวจก็จะพบว่าทำตามที่มาขอหรือเปล่า ขณะนี้ในส่วนของจังหวัดกรุงเทพมหานครนั้น จำนวนห้องอาหารมีจำนวนมากขึ้น เพราะภายหลังจากกรมอนามัยมอบสิทธิ์ให้ท้องถิ่นดูแลจัดแจงแล้ว ทางท้องถิ่นไม่จำเป็นที่ต้องรายงานให้กรมอนามัยรู้ก็ได้ แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็มีความร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการมาตลอด กรมฯ ก็ลงพื้นที่บ้าง บางเรื่องที่ท้องถิ่นไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานได้ กรมอนามัยก็จะลงไปช่วยส่งเสริม

“กรณีเกิดเหตุไฟลุก หรืออันตรายที่เกิดในห้องอาหารต่างๆโดยหลักการพวกเราจะลงไปไต่สวนต้นสายปลายเหตุเพื่อหาวิธีการป้องกัน ซึ่งหากเป็นไฟไหม้ ระบบสืบสวนจะต้องแจ้งชัดอยู่แล้วว่าเป็นแบบไหนเช่นไร ต้นเหตุของการเกิดไฟไหม้มาจากไหน โดยชอบด้วยกฎหมายท้องถิ่นควรจะเป็นผู้ดำเนินงานเอาผิด” พญ.พรรณพิมล กล่าว

อาหารมื้อไหนก็สำคัญต่อสุขภาพ

ในหนึ่งวันเราต้องทำกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งไม่ว่าคุณจะทำแน่นอนว่าจ้องใช้พลังงานจำนวนมาก ซึ่งพลังงานเหล่านั้นมาจากอาหารที่คุณรับประทานเข้าไป ซึ่งจ้เป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องทานอาหารอย่างน้อยวันละ 3 มื้อ หรือบางคนอาจจะมากกว่านั้น เพื่อให้ร่างกายสมดุล ไม่ขาดสารอาหาร และได้รับปริมาณอาหารอย่างเหมาะสมในแต่ละวัน ดังนั้นวันนี้เราจึงมาทำความรู้จักกับอาหารแต่ละมื้อกันหน่อย และอาหารมื้อไหนสำคัญที่สุด

มื้อเช้า ร่างกายต้องการสารอาหารมากอย่างยิ่ง เพราะเราอดอาหารมานานกว่า 12 ชั่วโมง ตั้งแต่มื้อดึกของเมื่อวานจนถึงเช้านี้ ทำให้เราจำเป็นต้องทานอาหารเช้าเพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารที่ได้จากมื้อนี้ไปใช้ทำกิจกรรมทั้งวันจนถึงเย็น

ความสำคัญของอาหารมื้อเช้า
– คนที่กินอาหารเช้าจะมีเอนเนอร์จี้ในการทำงานได้นานกว่าคนที่ไม่ได้กิน
– ช่วยลดปริมาณอาหารที่อยุ๋ในมื้อที่เหลือ การกินอาหารเช้าทำให้ลดปริมาณการกินอาหารว่างระหว่างวันน้อยลง
– คนที่ไม่กินอาหารเช้า มีอัตราการเผาผลาญอาหารต่ำกว่าคนที่กินอาหารเช้าเป็นจำประ
– เด็กที่กินอาหารเช้าจะมีสมาธิในการเรียนดีกว่าเด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้า

มื้อกลางวัน ถือเป็นมื้อที่ช่วยให้ร่างกายสามารถดำเนินไปได้ทั้งวัน เพราะเป็นการเติมพลังงานที่เหลือมาจากมื้อเช้า ดังนั้นการทานมื้อกลางวันจึงควรทานให้พอเหมาะกับการใช้งานของร่างกายอาจจะน้อยกว่าหรือมากกว่ามื้อเช้าเล็กน้อย แต่แนะนำให้น้อยกว่า

มื้อเย็นหรือมื้อค่ำ คือมื้ออาหารที่คุณกินก่อนนอน และในการนอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเอง เป็นการพักผ่อนหลังจากการทำงานหนักของอวัยวะต่างๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วงนี้ร่างกายจะใช้พลังงานน้อยที่สุดในรอบ 24 ชั่วโมง มื้อเย็นจึงเป็นมื้อที่สำคัญน้อยสุด และเราควรทานให้น้อยที่สุด ร่างกายไม่ได้ใช้งาน หากทานมากเกินไป จะเกิดผลเสียต่อร่างกายได้อีกด้วย เพราะโดยปกติเวลาที่เรากินอาหารเข้าไป เลือดส่วนใหญ่จะไปเลี้ยงอยู่ที่กระเพาะอาหารและทางเดินอาหาร เพื่อย่อยและดูดซึมสารอาหาร ดังนั้นขณะที่เราหลับหากวันได้ที่ทานมาก เลือดก็จะไม่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เรานอนหลับแบบไม่มีคุณภาพ หลับไม่เต็มอิ่ม และรู้สึกไม่สดชื่นเมื่อตื่นมา แม้ว่ามื้อเย็นนี้จะไม่มีความจำเป็นสำหรับร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามกินเลย กินน้อยๆ และควรกินแค่พอให้ร่างกายไม่ต้องทนต่อความหิวเท่านั้น

หอมแก้ม-จับมือ เด็กน้อย อาจทำให้เด็กๆป่วย

เมื่อเราพบเจอเด็กเล็กเด็กน้อย โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีน่าตาน่ารักหรือหล่อสวย คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่เอ็นดูเด็ก ๆ แล้วอดที่จะเล่นด้วยไม่ได้ แต่การที่เราจะสัมผัสกับเด็กเล็กโดยตรงแบบไม่ได้ระวังเรื่องความสะอาดเลย อาจจะทำให้เด็กๆ ติดเชื้อโรคจนป่วยได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าหากเป็นลูกหลานของเราก็คงยังที่จะสามารถเข้าไปดูแลเพื่อชดเชยความผิดนี้ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ลูกหลานเราล่ะ ทำผิดไม่พอ บางครั้งอาจจะโดนพ่อหรือแม่ของเด็กต่อว่าได้ ทั้งนี้ด้วยความที่ร่างกายของผู้ใหญ่กับเด็กนั้นไม่ได้แตกต่างกันแค่ขนาดรูปร่าง แต่แตกต่างกันที่ภูมิคุ้มกันด้วย เพราะเด็กๆ นั้นยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรงมากพอเท่าผู้ใหญ่นั่นเอง

โรคที่ติดต่อจากผู้ใหญ่สู่เด็กได้จากการ “จับมือ-หอมแก้ม”

1. โรค RSV
RSV หรือชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus คือ เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคในทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กเล็ก โดยเชื้อไวรัสจะทำให้เด็ก ๆ ป่วยเป็นปอดอักเสบ มีเสมหะออกมามาก นอกจากนี้ยังอาจทำให้เยื่อบุหลอดลม และอวัยวะในระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ บวมขึ้น และส่งผลให้เด็กมีอาการเหนื่อยหอบ และหายใจลำบาก ทำให้มีการสร้างสารคัดหลั่ง อย่าง เสมหะ ออกมาในปริมาณมาก หากเด็กที่มีโรคประจำตัวอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคหอบหืดอยู่แล้ว อาการก็จะหนักกว่าเด็กคนอื่นๆ บางครั้งอาจถึงขั้นหยุดหายใจไปเป็นช่วง ๆ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้

2. โรค มือ เท้า ปาก
โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่แพร่เชื้อได้ง่ายในเขตร้อน และเขตอบอุ่น ระยะหลังๆมานี้ เริ่มพบโรคมือ เท้า ปาก กับเชื้อที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นที่ชื่อว่า EV71 ทำให้เด็กเล็กสมองอักเสบได้ โรค มือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะพบว่าเป็นเด็กเล็กๆ ซะส่วนใหญ่ โยเฉพาะเด็กทารกอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่ปัจจุบันก็สามาถพบในได้เด็กที่โตขึ้น และผู้ใหญ่บางราย เช่น พ่อกับแม่ที่เป็นผู้ดูแลลูกน้อยที่กำลังป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก อยู่ ก็สามารถที่จะติดเชื้อและป่วยเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสนั่นเอง และเพียงแค่สัมผัสสารคัดหลั่งจากจมูก น้ำลาย และน้ำจากตุ่มใส รวมถึงอุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่ หรือติดต่อทางอ้อมจากการสัมผัสของเล่น กินอาหารหรือน้ำดื่มก็ติดเชื้อได้แล้ว

3. โรคไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่เป็นอาการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส influenza ที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยจะมีอาการไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอ่อนเพลีย โดยทั่วไปลักษณะอาการค่อนข้างคล้ายไข้หวัดธรรมดา เพียงแต่อาจมีอาการหนักกว่า และยาวนานกว่า เช่น ไข้สูง และนานกว่า ปวดเมื่อยตามตัวมากกว่า อ่อนเพลียมากกว่า ไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อกันจากการรับเชื้อไวรัสผ่านอาการไอ จาม พูด ลมหายใจ ของผู้ที่ติดเชื้อ รวมไปถึงน้ำลายจากการใช้ช้อน แก้ว เดียวกัน หรือแม้กระทั่งสัมผัสข้าวของที่ผู้ป่วยสัมผัส หลังจากใช้มือป้องปากเวลาจามหรือไอด้วย

4. โรคทางเดินอาหาร
โรคทางเดินอาหาร หรือโรคติดเชื้อทางเดินอาหาร หมายถึงการติดเชื้อของอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากพวกแบคทีเรีย รองลงมาก็คือเชื้อไวรัสและปรสิต โดยมีอาการหลักๆ คือ อาจจะปวดท้องที่บริเวณช่องท้อง ร่วมกับท้องเสีย และมีไข้ได้ ทั้งนี้การรับเชื้อมักเกิดจากการบริโภคอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด โดยเชื้อโรคที่อยู่ในตัวผู้ป่วยปนเปื้อนอยู่ในน้ำ อาหาร และมือ เข้าสู่ปาก โดยเชื้ออาจติดอยู่ที่เครื่องมือเครื่องใช้ในการอุปโภคบริโภค เช่น ช้อน แก้วน้ำ จาน ชาม รวมถึงการสัมผัสกับอาหาร สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโรคด้วย

การป้องกันลูกน้อยติดเชื้อโรคจากผู้ใหญ่
1. งดหอมแก้ม จับแก้ม จับมือ หรืออุ้มเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง เพราะผู้ใหญ่อาจมีเชื้อไวรัสที่ยังไม่แสดงอาการไปติดต่อสู่เด็กได้

2. หากต้องการสัมผัสหรือเล่นกับเด็ก ควรขออนุญาจผู้ปกครอง และล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง

3. ผู้ปกครองที่กลับมาจากที่ทำงาน ควรล้างมือให้สะอาดก่อนเข้าไปหาลูกทุกครั้ง

4. เด็กในวัยที่ไปโรงเรียน หากกลับมาจากโรงเรียน ต้องอาบน้ำ ล้างมือ ก่อนไปเล่นกับน้อง หรือเด็กเล็กคนอื่นทุกครั้ง

5. ไม่ควรพาเด็กเล็ก (อายุน้อยกว่า 6 เดือน) ไปที่ที่มีคนแออัด คนจำนวนมาก

6. ในช่วงการระบาดของโรค ควรงดพาเด็กออกไปในที่ที่มีคนแออัด หรือพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือสนามเด็กเล่น เพราะมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคที่อันตรายต่อสุขภาพได้ง่าย