วิธีการตรวจหูว่าหูมีอาการผิดปกติหรือไม

วิธีการตรวจหูก็มีหลายวิธีแต่วิธีที่ดีที่สุดก็คือการไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู แพทย์จะทำการซักประวัติของผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับหูอย่างละเอียด

เกี่ยวกับการผิดปกติของหูหรืออาการสูญเสียการได้ยินของผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยควรจะตอบคำถามที่แพทย์ถามให้ละเอียดที่สุดเกี่ยวกับอาการป่วยของท่านว่าอาการทางหูของท่านว่ามีลักษณะอาการร้ายแรงแค่ไหนเป็นอย่างไรเกี่ยวกับสิ่งที่แพทย์ต้องการทราบ ได้แก่ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการหูอื้อ หรือเริ่มมีอาการหูตึง มีอาการเจ็บหูอื่นๆแทรกซ้อนหรือไม่ หรือมีน้ำหนองในหูหรือป่าวและดูว่าด้านในของหูผิดปกติหรือไม่ เช่นแก้วหูอักเสบ หูมีผื่น หูมีน้ำหนอง

และร่วมถึงการมีอาการหูดับนั้นเริ่มเกิดอาการขึ้นตั้งแต่ตอนไหน และมีอาการแบบใด เจ็บหูหรือไม่ ได้ยินเสียงปกติดีหรือไม่ หรือมีการได้ยินเสียงแค่ข้างเดียวส่วนหูอีกข้างไม่ได้ยินหรือมีการได้ยินแต่ค่อนข้างเบา หรือมีลักษณะอาการที่เป็นแบบกระทันทีทันใด เป็นๆ หายๆ หรือค่อยๆ เป็นมากขึ้นเรื่อยๆตามวันเวลาที่เป็นโรคผิดปกติของหู ส่วนอาการร่วมทางหู เช่น มีเสียงรบกวนในหู หรืออาการเวียนศีรษะ

หรือมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น อาการชาใบหน้า เดินเซ ปวดหัวแบบโลกหมุนหรือไม่ และแพทย์ก็จะมีการซักประวัติการใช้ยา และโรคประจำตัว ว่าใช้ยาตัวไหนในการรักษาอยู่หรือไม่ หรือแพ้ยาตัวไหนไหม เพราะการรักษาโรคหูผิดปกตินั้น

จำเป็นจะต้องกินยาเพื่อการรักษา และส่วนประวัติโรคหูตึงในครอบครัวก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญ ที่แพทย์จะทำการซักประวัติเพื่อวินิจฉัยการรักษาได้ถูกวิธีว่าควรจะรักษาแบบใด รวมไปถึงประวัติการของกิจกรรมของคนป่วยว่าทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการได้ยินหรือไม่ เช่น ยิงปืน จุดประทัด หรือทำงานในโรงงานที่มีเสียงดังหรือไม่เพื่อหาแนวทางในการรักษาให้หาย

แต่อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาให้ตัวเองไม่ให้อยู่ในความเสี่ยงนี้ก็เป็นการรักษาตัวเองเช่นกันซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะจะไม่ทำให้เราเกิดโรคที่เกี่ยวกับหูได้ง่ายๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ทันระวัง และมักจะเกิดโรคเกี่ยวกับหูแบบไม่ทันตั้งตัว

และคนส่วนจะพบอาการก็ช่วงที่มีอารการที่รุนแรงแล้ว ซึ่งการรักษาก็จะยิ่งยากไปอีก เพราะโรคที่เกี่ยวกับหูนั้นถ้ารู้อาการตั้งแต่อาการแรกเริ่มก็จะทำให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือการรักษาก็อาจจะหายขาดได้แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าผู้ป่วยมีวินัยในการรักษามากน้อยแค่ไหนกินยาตามที่หมอสั่งไมหรือไปหาหมอตามที่หมอนัดหรือไม่ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เครื่องช่วยฟัง